การเก็บรักษาผัก จะต้องเก็บให้เหมาะสมกับชนิดของผักนั้นๆ ซึ่งผักสามารถ แบ่งออกได้เป็น
3 กลุ่มด้วยกัน คือ ผักที่เน่าเสียง่าย ผักที่เก็บได้ในระยะเวลาจำกัด ผักที่เก็บไว้ได้นานกว่าผักอื่นๆ
ผักที่เน่าเสียง่าย ได้แก่ เห็ด ผักชี ผักกาดหอม ถั่วงอก ถั่วฝักยาว ผักบุ้ง ชะอม เป็นต้น ผักเหล่านี้จะคง
สภาพเดิมอยู่ในระยะเวลาสั้น แม้จะเก็บเข้าตู้เย็นก็ ไม่อาจจะช่วยยืดอายุการเก็บได้มากนัก
ผักที่เก็บได้ในระยะเวลาจำกัด ตัวอย่างเช่น ผักกาด ผักคะน้า มะเขือเทศ และผักอื่นๆ ผักส่วนใหญ่จะจัด
อยู่ในกลุ่มนี้ ซึ่งควรเก็บในตู้เย็น
ผักที่เก็บไว้ได้นานกว่าผักอื่นๆ เช่น ฟัก แฟง เผือก มัน ฟักทอง เป็นต้น ผักกลุ่ม นี้มีเปลือกหนา
จึงคงทนต่อการเก็บได้นานกว่าผักใบ ไม่จำเป็นต้องเข้าตู้เย็น
การเก็บผักนั้น ควรแยกเก็บตามชนิดของผัก ไม่ควรเก็บผักและผลไม้ให้อยู่ ด้วยกัน
เพราะทำให้เกิดการเน่าหรือเสื่อมสภาพเร็วขึ้น
ตัวอย่างเช่น ถ้าเก็บหอมใหญ่ กับมันฝรั่งให้อยู่ปนกัน หอมใหญ่จะเป็นตัวเร่งให้มันฝรั่งเน่าเร็วขึ้น
ถ้าเก็บแอปเปิ้ล ไว้กับแครอท แก๊สเอ็ททีลีน (ethylene gas) ที่แอปเปิ้ลคายออกมาจะทำให้
แครอทมีรสขมได้
ดังนั้นจึงควรเก็บผักแต่ละชนิดโดยแยกกันเป็นสัดส่วน
นอกจากนั้น ก่อนจะเก็บ ควรล้างผักให้สะอาดเสียก่อน เพราะผักที่ซื้อจาก
ตลาดขายปลีกมักเปรอะเปื้อนน้ำที่ผู้ขายรดหรือราด หรือล้างเพื่อให้ผักแลดูสะอาด น่าซื้อ
การล้างนั้นควรล้างทั้งต้นด้วยน้ำสะอาด แล้วผึ่งให้สะเด็ดน้ำจริงๆ จึงเก็บ
ในลิ้นชักหรือช่องสำหรับเก็บผักโดยตรง และควรแยกผักใส่ถุงพลาสติกให้เป็น หมวดหมู่ด้วย
จะช่วยให้เก็บได้นานขึ้น
เป็นวิธีที่ดี สามารถช่วยเก็บรักษาผัก ผลไม้ไว้ได้นานทีเดียว
ตอบลบช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย และเป็นวิธีที่ช่วยลดโลกร้อนได้อย่างง่ายๆๆ
ด้วยมือเรา
สะดวกและปลอดภัยกับการบริโภคอีกนะเนี่ย
อิอิ ไว้จาช่วยบอกต่ออีกแรงน๊า ขร๊ะ
ขอบคุณสำหรับเคล็ดลับดีดีนะคะ
ตอบลบจะนำไปใช้ค่ะ
ขอบคูณมากคะ พอดีชอบกินผักด้วยสิ
ตอบลบ